ข้อมูลทั่วไปจังหวัดสมุทรปราการ

จังหวัดสมุทรปราการ  หรือเรียกโดยทั่วไปว่า  ” เมืองปากน้ำ “  เป็นเมืองหน้าด่านทางทะเล ที่สำคัญในอดีต หมายถึง กำแพงชายทะเลหรือกำแพงริมทะเล        สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี   ในสมัยของพระเจ้าทรงธรรม      เดิมตั้งอยู่ใกล้คลองปลากดทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาต่อมาในสมัยกรุงรัตนกสินทร์ตอนต้น   พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดเกล้าฯ   ให้สร้างเมืองสมุทรปราการเป็นเมืองใหม่ที่บริเวณบางเจ้าพระยา  คือ  ตำบลปากน้ำในปัจจุบัน  อยู่ระหว่างคลองปากน้ำ กับคลองมหาวงศ์  อันเนื่องจากทรงเล็งเห็นว่าที่ตั้งเมืองสมุทรปราการ   ยังไม่มั่นคงพอที่จะตั้งรับต่อสู้กับข้าศึกได้  และได้ทำพิธีฝังหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 4 ขึ้น 7 ค่ำ พ.ศ.2365 บริเวณที่ฝังหลักเมืองชาวบ้านเรียกว่า “ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง”  เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง ของชาวสมุทรปราการมาจนถึงปัจจุบันนี้  ต่อมาในปี พ.ศ. 2475  จังหวัดพระประแดงถูกยุบ และให้มารวมขึ้นอยู่กับจังหวัดสมุทรปราการ  ดังนั้นจังหวัดพระประแดง จึงคงสภาพเป็นเพียงอำเภอพระประแดง   ที่ตั้งอยู่ใกล้ปากกแม่น้ำเจ้าพระยา    ต่อมาในปี พ.ศ.2485  จังหวัดสมุทรปราการ ถูกยุบไปรวมกับจังหวัดพระนคร      จนถึงปี พ.ศ.2489  รัฐบาลได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งจังหวัดสมุทรปราการขึ้นมาใหม่อีกครั้ง   และดำรงฐานะเป็นจังหวัดสมุทรปราการมาจนถึงทุกวันนี้  จังหวัดสมุทรปราการ    เป็นจังหวัดที่มีป้อมปราการมากมาย       ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของข้าศึกตั้งอยู่ทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาดังต่อไปนี้  คือ

1. ป้อมประโคนชัย

2. ป้อมนารายณ์ปราบศึก

3. ป้อมปราการ

4. ป้อมกายสิทธิ์

5. ป้อมผีเสื้อสมุทร

6. ป้อมตรีเพชร

7. ป้อมคงกระพัน

8. ป้อมเสือซ่อนเล็บ

9. ป้อมพระจุลจอมเกล้า

ปัจจุบันนี้ป้อมปราการในจังหวัดสมุทรปราการเหลืออยู่เพียง  2 ป้อม เท่านั้น คือ ป้อมผีเสื้อสมุทร และป้อมพรจุลจอมเกล้าจังหวัดสมุทรปราการตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยอยู่ตอนปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยาและเหนืออ่าวไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 13 – 14 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 – 101 องศาตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 1,004.092 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 627,557.50 ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้

- ทิศเหนือ ติดต่อกับ กรุงเทพมหานคร

- ทิศใต้ ติดต่อกับ อ่าวไทย

- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา

- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ กรุงเทพมหานคร

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ

ภูมิประเทศและภูมิอากาศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่มี แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ไม่มีภูเขามีลำคลองมากมาย ใช้ประโยชน์ทางคมนาคมและการขนส่งทางน้ำ รวมทั้งการประมงและการเกษตรกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ไม่มีพื้นที่ป่าไม้ (ป่าบก) มีแต่ป่าชายเลนลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

1. บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวรณทั้งสองฝั่งเป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การทำงาน ทำสวน และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปตามสภาพสภาวะเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองที่เกิดขึ้นใหม่

2. บริเวณตอนใต้ชายติดทะเล เป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลของน้ำทะเลท่วมถึง ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เป็นดินเหลวลุ่ม ลึกเหมาะแก่การทำป่าจากป่าชายเลน และการเพาะเลี้ยงสัตว์ชายฝั่ง

3. บริเวณที่ราบตอนเหนือและตะวันออก บริเวณนี้เป็นที่ราบกว้างใหญ่ สำหรับระบายน้ำและเก็บกักน้ำ อำนวยประโยชน์ในด้านการชลประทาน การทำนา การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

เขตการปกครองและประชากร

จังหวัดสมุทรปราการ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 อำเภอ มี 50 ตำบล 399 หมู่บ้าน โดยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล จำนวน 17 แห่ง (1 เทศบาลนคร 3 เทศบาลเมืองและ 13 เทศบาลตำบล) และ องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 31 แห่ง ดังตารางที่ 1

อำเภอ จำนวนตำบล
(แห่ง)
จำนวนหมู่บ้าน
(แห่ง)
จำนวนเทศบาล
(แห่ง)
จำนวน อบต.
(แห่ง)
เมืองสมุทรปราการ 13 95 7 5
พระประแดง 15 67 3 6
บางพลี 6 83 1 6
พระสมุทรเจดีย์ 5 42 2 4
บางบ่อ 8 74 3 7
บางเสาธง 3 38 1 3
รวม 50 399 17 31

สำหรับการบริหารการปกครองในพื้นที่จังหวัดฯ มีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้

1. สังกัดส่วนภูมิภาค             มีจำนวน    26     หน่วยงาน

2. สังกัดส่วนส่วนกลาง         มีจำนวน    27    หน่วยงาน

3. สังกัดส่วนท้องถิ่น             มีจำนวน    49    หน่วยงาน

4. ส่วนราชการอิสระ             มีจำนวน    5    หน่วยงาน

5. รัฐวิสาหกิจ                        มีจำนวน    15    หน่วยงาน

ประชากรและโครงสร้างประชากร

จังหวัดสมุทรปราการ มีประชากรเป็นอันดับ 2 ของภาค รองจากกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ด้วยเหตุที่เป็นจังหวัดรองรับการขยายตัวจากกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการผลิต คือ อุตสาหกรรม และการกระจายตัวของประชากร ทำให้สมุทรปราการมีประชากรย้ายถิ่นจากที่อื่นมาในจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งประชากรที่เคลื่อนย้ายเข้ามาโดยแจ้งย้ายที่อยู่อย่างถูกต้อง และไม่ย้ายทะเบียนราษฎร์เข้ามาก็มี ทำให้ประชากรที่มีอยู่จริงสูงกว่าจำนวนประชากรในทะเบียนราษฎร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน กลุ่มอายุ 20-29 ปี จะมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ต่ำกว่ากลุ่มอื่นในรอบปี 2551 มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ทั้งสิ้น 1.1 ล้านคนเศษ แยกเป็นชาย 551,970 คน หญิง 585,975 คน ทั้งนี้ยังไม่นับรวมประชากรแฝง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 800,000 คนเศษ

อำเภอ ชาย หญิง รวม จำนวนบ้าน
เมืองสมุทรปราการ 235,394 253,257 488,606 194,075
พระประแดง 101,586 106,551 208,137 80,771
บางพลี 85,682 92,315 177,997 90,279
พระสมุทรเจดีย์ 53,269 54,650 107,919 39,259
บางบ่อ 46,526 48,301 94,827 30,111
บางเสาธง 29,558 30,901 60,459 38,628
รวม 551,970 585,975 1,137,945 473,123

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2551 ที่ทำการปกครองจังหวัดสมุทรปราการ

โครงสร้างประชากร

จากการวิเคราะห์โครงสร้างประชากร จำแนกตามกลุ่มอายุตามกลุ่มประชากร พบว่า จังหวัดสมุทรปราการมีโครงสร้างประชากรที่สำคัญดังนี้

กลุ่มอายุ / กลุ่มประชากร ร้อยละของประชากรตามกลุ่มประชากร
1. อายุ ต่ำกว่า 5 ปี (วัยเด็ก) 7.74
2. อายุ 5- 14 ปี (วัยเรียน) 15.23
3. อายุ 15 – 59 ปี (วัยแรงงาน) 68.11
4. อายุ 60 ขึ้นไป (วัยสูงอายุ) 8.92

จะเห็นว่า กลุ่มประชากรที่มีจำนวนมากที่สุด คือ วัยแรงงาน ซึ่งเป็นวัยที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว สำหรับแนวโน้มโครงสร้างตามกลุ่มอายุโดยรวมของประเทศ และจังหวัดสมุทรปราการ พบว่ากลุ่มอายุที่แนวโน้มโครงสร้างประชากรสูงขึ้นทุกปี คือ ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป

ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย สภาพ สมรรถนะ โครงสร้างการใช้และคุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ อากาศ แหล่งท่องเที่ยว)เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดในเขตปริมณฑลเขตติดต่อกับกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งข้อมูล ณ เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2550 พบว่าจังหวัดสมุทรปราการมีโรงงานอุตสาหกรรม 6,136 แห่ง มีประชากรอพยพมาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งที่ย้ายทะเบียนบ้านและไม่ย้ายทะเบียนบ้าน (ประชากรแฝง) เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ กอปรกับเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรปราการได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของจังหวัดสมุทรปราการในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการสามารถสามารถแยกได้ดังนี้

น้ำ

มลพิษทางน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ มีสาเหตุที่สำคัญคือโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนเมือง ปล่อยน้ำทิ้งสู่แหล่งธรรมชาติ รวมทั้งสารเคมีเป็นพิษต่างๆ ทำให้แหล่งน้ำเสียแต่อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จึงได้ออกประกาศฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้ท้องที่เขตจังหวัดนโยบายโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้จากสภาพการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้คุณภาพน้ำของจังหวัดสมุทรปราการ จัดอยู่ในระดับต่ำคือระดับ 4-5 ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้การอุปโภคบริโภคได้

ดิน

ลักษณะทางธรณีวิทยาของจังหวัดสมุทรปราการ พบว่าตั้งอยู่บนบริเวณ ที่ราบลุ่มตอนกลาง หรือบางครั้งเรียกว่าบริเวณดินตอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ เกิดจากการทับถมของตะกอนหนา ระดับความสูงของพื้นที่ประมาณ 00.5-1.5 เมตร และมีความลาดเอียงโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 1% ลักษณะของชั้นดินในช่วงบนความลึกประมาณ 0-1.5 เมตร จะเป็นดินเหนียวอ่อนตัวมีความสามารถในการอุ้มน้ำ รับน้ำหนักแรงต่ำมาก ประมาณ 0.5-3 ตัน ต่อตารางเมตร เมื่อรับน้ำหนักจะยุบตัวได้ง่าย ถัดลงไปจะเป็นพื้นดินเหนียวซึ่งมีการรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จนถึงชั้นทรายชั้นแรกที่มีความลึกประมาณ 22-25 เมตร นอกจากนั้นจังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่บางส่วนติดชายฝั่งทะเลสภาพแวดล้อมด้านป่าชายเลนเสี่อมโทรมไป ส่งผลกระทบให้เกิดการกัดเซาะดินบริเวณชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล เช่น อำเภอเมือง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ส่งผลให้แต่ละปีมีดินถูกกัดเซาะหายไปปีละประมาณ 50เมตร

เสียง

เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นสถานที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งผลให้เกิดมลภาวะทางเสียงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจากการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ตั้งสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่ข้างเคียงพบว่าจำนวนผู้ได้รับผลกระทบด้านเสียงจากการประเมินเส้นเที่ยวบิน 76 เที่ยวพบว่า

1. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูง ซึ่งมีค่า NEF-Noise Exposure Forecast มากกว่า 40 ซึ่งก่อให้เกิดผลกระ
ทบต่อสุขภาพระยะยาว มีจำนวน 4 หมู่บ้าน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมีจำนวน 1,147 คน

2. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบปานกลาง ซึ่งมีค่า NEF-Noise Exposure Forecast เท่ากับ 35-40 มีจำนวน
8 หมู่บ้าน ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มีจำนวน 4,392 คน

3. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้อย ซึ่งมีค่า NEF- Noise Exposure Forecast เท่ากับ 30-35 มีจำนวน 19หมู่บ้านประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ มีจำนวน 17,740 คน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ เช่น ปัญหาสุขภาพจิต ได้แก่ ภาวะเครียด ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เป็นต้น รวมทั้งปัญหาความวิตกกังวลต่างๆ ในด้านความชัดเจนและการให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น

ป่าชายเลน/แร่ธาตุ

จังหวัดสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม และที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ ดังนั้น จังหวัดสมุทรปราการ จึงมีพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 12,030 ไร่ หรือร้อยละ 1.92 ของพื้นที่จังหวัด แต่พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยามีการบุกรุกทำลาย รวมทั้งน้ำสกัดเซาะชายฝั่ง ทำให้พื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดสมุทรปราการมีเนื้อที่น้อยทุกปี ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะที่ดินบริเวณชายฝั่งทะเลและการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำสำหรับทรัพยากรธรณีจำพวกแร่ธาตุ น้ำมัน หรือ ก๊าซ ธรรมชาติ จังหวัดสมุทรปราการไม่พบทรัพยากรธรณีดังกล่าว

อาชีพและรายได้

การเกษตรภาคเกษตรกรรม พบว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในภาคเกษตรกรรมมีแนวโน้มลดลง โดยในปี พ.ศ. 2547 มีมูลค่า 285 ล้านบาท และใน พ.ศ. 2548 มีมูลค่า 241 ล้านบาท โดยพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ คือ ข้าว ซึ่งทำการปลูกมากที่สุดที่อำเภอบางบ่อ ผลไม้ ที่มีการปลูกเป็นจำนวนมากที่สุดได้แก่ มะม่วง มะพร้าว กล้วยน้ำว้า การใช้ประโยชน์ที่ดินในการทำนา เพาะปลูกพืชยืนต้น และไม้ผล มีแนวโน้มลดลงเกษตรกรเปลี่ยนอาชีพไปทำการประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากสภาพพื้นที่ของจังหวัด ตั้งอยู่ปากแม่น้ำพระยา ติดชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย จึงเหมาะต่อการทำประมงน้ำจืดและน้ำเค็ม อำเภอบางบ่อ จะมีการเลี้ยงปลาสลิดมากที่สุดของประเทศแต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ดินเค็มได้ก่อความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตร จึงต้องมีการปรับการเพาะปลูกเป็นการเกษตรแบบผสมผสาน และไร่นาสวนผสม

อุตสาหกรรม

ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคที่ทำรายได้ให้กับจังหวัดสมุทรปราการสูงสุด และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ.2547 มูลค่าผลผลิตด้านอุตสาหกรรม จำนวน 248,506 ล้านบาท และปี พ.ศ. 2548 มูลค่าผลผลิตด้านอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเป็น 270,278 ล้านบาทจังหวัดสมุทรปราการมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุกอำเภอ มีนิคมอุตสาหกรรมภายในจังหวัด 2 แห่งคือ นิคมอุตสาหกรรมบางพลี และนิคมอุตสาหกรรมบางปู

นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ตั้งอยู่ที่อำเภอบางพลี (เฉพาะเขตอุตสาหกรรมทั่วไปเท่านั้น) มีเนื้อที่จำนวนทั้งสิ้น1,004 ไร่ จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดที่ทำสัญญาใช้ที่ดินใช้เขตนิคมอุตสาหกรรม มีจำนวนทั้งสิ้น 160 โรง ประกอบด้วยอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เช่น

โรงงานประกอบการกิจการฉีดพลาสติก และผลิตภัณฑ์งานพลาสติก

โรงงานประกอบกิจการอิเล็กทรอนิกส์

โรงงานประกอบกิจการสารเคมี (ทำสี)

โรงงานประกอบกิจการทอกระสอบ

นิคมอุตสาหกรรมบางปู ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสมุทรปราการมีเนื้อที่จำนวนทั้งสิ้น 4,000 ไร่ แบ่งเป็นเขตอุตสาหกรรมทั่วไป ประมาณ 3,400 ไร่ เขตอุตสาหกรรมส่งออก ประมาณ 270 ไร่ เขตพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยประมาณ 250 ไร่ ที่เหลือเป็นที่สาธารณูปโภค และโรงกำจัดน้ำเสียส่วนกลาง โรงงานฯในนิคมอุตสาหกรรมที่ทำสัญญามีทั้งสิ้น 510 โรง แบ่งเป็นเขตโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปและเขตโรงงาน เขตอุตสาหกรกรรมการ

อุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญ คือ อาหารแปรรูป สิ่งทอชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์โลหะ พลาสติก เครื่องจักร-อุปกรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์และประกอบรถยนต์ ฯลฯ

การสาธารณสุข

ปริมาณสถานบริการแยกประเภท

สถานบริการสาธารณสุข
จำแนกตามประเภท
อำเภอ รวม
เมือง บางบ่อ บางพลี พระสมุทร
เจดีย์
พระประแดง บางเสาธง
1. โรงพยาบาลทั่วไป (แห่ง/เตียง) 1/385 - - - - - 1/385
2. โรงพยาบาลชุมชน(แห่ง/เตียง) - 1/90 1/30 1/60 - 4/240
3. โรงพยาบาลรัฐสังกัดกระทรวง
อื่นๆ (แห่ง/เตียง)
2/180 - 1/60 1/10 1/200 - 4/390
4. โรงพยาบาลเอกชน (แห่ง/เตียง) 4/750 1/100 4/520 1/100 3/441 1/100 14/,2,011
5. สถานพยาบาล (แห่ง/เตียง) 4/60 - 3/62 - - - 7/122
6. คลินิกเอกชน (แห่ง) 194 10 40 21 58 20 348
7. คลินิกสัตว์ (แห่ง) 31 1 5 2 5 3 47
8. สถานีอนามัย/ศูนย์สุขภาพชุมชนภาครัฐ (แห่ง) 16/9 12/1 7/2 8/1 15/1 6/- 64/14

หมายเหตุ ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2550

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า จังหวัดสมุทรปราการมีสถานบริการสาธารณสุขกระจายอยู่ทั่วไปครอบคลุมทุกอำเภอ ยกเว้น อำเภอบางเสาธง ยังมีสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชนในพื้นที่น้อย รวมทั้งยังไม่มีโรงพยาบาลประจำอำเภอ

สุขภาวะของประชาชนข้อมูลสถานะสุขภาพของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการพบว่าจังหวัดสมุทรปราการมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดยืนยาวขึ้นสอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มของประเทศ โดยอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการในปี พ.ศ. 2550 เท่ากับ 70.44 ปี โดยเพศชายมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดเท่ากับ 66 ปี และเพศหญิงมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดเท่ากับ 74 ปี ซึ่งอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดระดับประเทศในปี พ.ศ. 2550 พบว่า เพศชายมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดเท่ากับ 68 ปี และเพศหญิงมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดเท่ากับ 75 ปี ซึ่งพบว่าคนจังหวัดสมุทรปราการมีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในระดับประเทศอัตราการเกิดของจังหวัดสมุทรปราการ มีแนวโน้มที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2543-2550) โดยอยู่ระหว่าง 12.64-17.06 ต่อ ประชากร 1,000 คน โดยในปี พ.ศ. 2550 อัตราเกิดเท่ากับ 13.96ต่อ ประชากร 1,000 คนอัตราตายในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2543-2550) พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก โดยมีอัตราตายอยู่ระหว่าง4.21-5.21 ต่อ ประชากร 1,000 คน โดยในปี พ.ศ. 2550 มีอัตราตายเท่ากับ 5.35 ต่อ ประชากร 1,000 คน

อัตราเพิ่มของประชากรในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2543-2550) พบว่าอัตราการเพิ่มของประชากรมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างคงที่ อยู่ระหว่า 0.84-1.19 โดยในปี พ.ศ. 2550 มีอัตราเพิ่มเท่ากับร้อยละ 0.86สำหรับสาเหตุการตายของประชากรจังหวัดสมุทรปราการปี พ.ศ.2550 พบว่าสาเหตุการตาย 5 ลำดับแรก ได้แก่

1) โรคมะเร็งทุกชนิด

2) อุบัติเหตุอื่นๆ และอากาศเป็นพิษ

3) โรคหัวใจ

4) โรคปอดอักเสบและโรคอื่น ๆ ของปอด

5) โรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดในสมอง ตามลำดับ

จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่สาเหตุการตายที่สำคัญของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการจะเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อ เช่นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง รวมทั้งอุบัติเหตุ เป็นต้น ซึ่งการสร้างสุขภาพ (การป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพ) จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการดูแลสุขภาพของประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ ให้มีอายุคาดเฉลี่ยยืนยาวมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สถานการณ์โรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุข จังหวัดสมุทรปราการ จากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ โดยได้มีการพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของปัญหาโดยพิจารณาตามเกณฑ์4 ด้าน ได้แก่

1) ขนาดของปัญหา

2) ความรุนแรง

3) ความยากง่ายในการแก้ไขปัญหา และ

4) ความตระหนักของชุมชนและประชาชนสรุงปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ 10 ลำดับ ดับนี้

ลำดับที่ 1 โรคไข้เลือดออก

ลำดับที่ 2 โรคเอดส์

ลำดับที่ 3 ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ลำดับที่ 4 ปัญหาด้านระบบบริการสุขภาพ เช่น สถานบริการไม่เพียงพอ ระบบบริการไม่เพียงพอ ระบบการส่งต่อยังไม่ปัญหาเนื่องจากไม่มีโรงพยาบาลแม่ข่าย รวมทั้งความครอบคลุมด้านหลักประกันสุขภาพเนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการมีประชากรอพยพเคลื่อนย้ายบ่อย

ลำดับที่ 5 โรคมะเร็ง (มะเร็งเต้านม/มะเร็งปากมดลูก

ลำดับที่ 6 ยาเสพติด/บุหรี่

ลำดับที่ 7 โรคความดันโลหิตสูง

ลำดับที่ 8 โรคเบาหวาน

ลำดับที่ 9 อุบัติเหตุจราจร

ลำดับที่ 10 ปัญหาสุขภาพจิต

การคมนาคมขนส่ง

การคมนาคมทางรถยนต์: สามารถเดินทางโดยรถยนต์หรือรถประจำทางโดยใช้ถนนสุขุมวิทจากกรุงเทพฯ เพื่อไปอำเภอเมือง อำเภอบางพลี อำเภอบางบ่อ อำเภอพระประแดง และกิ่งอำเภอบางเสาธง และใช้ถนนสุขสวัสดิ์จากเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เพื่อไปอำเภอพระประแดง และอำเภอพระสมุทรเจดีย์

ทางเรือ: มีการคมนาคมทางน้ำจากกรุงเทพฯถึงอำเภอพระประแดง 2 ทาง คือ จากท่าเรือคลองเตยและท่าเรือสาธุประดิษฐ์ ส่วนภายในจังหวัดสมุทรปราการสามารถเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาโดยใช้เรือได้สองทางคือ 1. อำเภอเมือง-อำเภอพระสมุทรเจดีย์ (เฉพาบุคคล) และ 2. ภายในอำเภอพระประแดง (บุคคลและยานพาหนะ)

ทางอากาศ: จังหวัดสมุทรปราการได้สร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานานาชาติที่ตำบลหนองงูเห่า อำเภอบางพลี

ที่มา: www.samutprakan.go.th